Archive for the Category ◊ สินค้าและบริการ ◊

Author:
• Sunday, November 01st, 2015

ทุกวันนี้มีผู้ใช้รถเพิ่มมากขึ้นทุกๆปี หลายคนสนใจแค่ขับเท่านั้น ไม่ได้สนใจว่ารถมีอาการผิดปกติอะไรบ้าง ทั้งที่ควรได้รับการตรวจเช็คอยู่บ่อยๆ เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถ ก่อนที่จะสายเกินไป สำหรับอาการที่เมื่อพบแล้วต้องรีบเข้าอู่ซ่อมทันที มีดังนี้

1.สัญญาณเตือน สามารถรับสัญญาณบอกอาการผิดปกติของรถได้ ถ้าสังเกตพบสิ่งผิดปกติ ให้รีบทำการตรวจเช็คและซ่อมแซมโดยเร็ว ก่อนที่จะเกิดความเสียหายต่อไปยังอุปกรณ์อื่น ๆ มากขึ้นกว่าเดิม

2.เครื่องยนต์ ความร้อนก็ขึ้นสูง หรือเครื่องเย็นเกินไป แม้จะขับมาระยะทางไกลพอสมควรแล้ว เข็มวัดอุณหภูมิยังไม่กระดิก

3.ยางรถยนต์  ถ้าดอกยางขอบล้อสึกหรอมากกว่าตรงกลาง แสดงว่าเติมลมอ่อนเกินไป แต่ถ้าดอกยางตรงกลางล้อสึกหรอมากกว่าขอบยางแสดงว่าเติมลมแข็งเกินไป

4.เกียร์และคลัตช์  ซึ่งเกียร์ที่มีปัญหานั้นจะมีสัญญาณเตือน รวมถึงอาการติดๆขัดๆ และมีน้ำหล่อลื่นไหลออกมาจากห้องเครื่อง หากคลัตช์มีปัญหาจะทำให้ควบคุมเกียร์ไม่ได้

5.พวงมาลัย พวงมาลัยหนัก หรือต้องใช้แรงมากผิดปกติในการบังคับเลี้ยว พวงมาลัยหลวมเกินไป โดยมีระยะฟรีเกิน 1 นิ้ว พวงมาลัยสั่นในขณะขับ ควรนำเข้าศูนย์บริการเฉพาะยี่ห้อ

6.เบรก  ถ้าพบว่าเบรกมีอาการผิดปกติ ต้องรีบแก้ไขทันที เพราะเบรกชำรุด นำมาซึ่งอุบัติภัยได้ง่ายที่สุด เช่น เบรกลื่น หยุดรถไม่อยู่ แม้จะไม่ได้ลุยน้ำ หรือเบรกแล้วรถปัดไปข้างใดข้างหนึ่ง ควรนำรถเข้าอู่ซ่อมเบรกทันที

7.ไฟชาร์จ ควรจะปรากฏขึ้นที่แผงหน้าปัดทุกครั้งที่เราสตาร์ทเครื่อง และเมื่อสตาร์ทติดแล้ว ครู่หนึ่งก็จะดับลง แต่ถ้าไฟชาร์จไม่สว่าง หรือสว่างแล้วไม่ยอมดับ อาจเกิดจากไดชาร์จผิดปกติหรือสาเหตุอื่น ๆ ก็ได้ ที่แน่ ๆ คือไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ รีบนำรถเข้าอู่ไดชาร์จหรือระบบไฟ

8.หลอดไฟ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมกระแสไฟให้เหมาะสมชำรุด  ควรนำรถเข้าอู่ระบบไฟ เพื่อซ่อมเรกูเลเตอร์ หรือหากชำรุดก็อาจจะต้องเปลี่ยนใหม่

9.น้ำมันหล่อลื่น  ถ้าสัญญาณไฟเตือนระบบน้ำมันหล่อลื่นสว่างขึ้นในขณะขับขี่รถยนต์ หมายถึงว่าเครื่องยนต์กำลังทำงานโดยปราศจากน้ำมันหล่อลื่น รีบนำรถไปยังอู่ที่ใกล้ที่สุดทันทีเพื่อเติมน้ำมันหล่อลื่น หรือหากอู่ไม่ได้อยู่ใกล้ให้เติมน้ำมันเครื่องในถัง

Author:
• Monday, September 21st, 2015

การหาอู่ซ่อมสำหรับซ่อมรถยนต์ โดยเฉพาะรถยนต์มือสอง กว่าจะเจออู่ที่มีจรรยาบรรณ ไม่เอาเปรียบลูกค้า ไม่ใช่เรื่องง่าย ส่วนใหญ่เจอลูกค้าหน้าแปลกๆ เข้าไป พร้อมจะฟันทันที หรือแม้แต่ลูกค้าเก่าก็ตาม ก็ฟันนิ่มๆ ไปเรื่อย โชคดีที่ทุกวันนี้ ในอินเตอร์เน็ตมีข้อมูลให้เราค้นหาได้ทุกเรื่อง การใช้รถยนต์มือสองหลายๆ รุ่นจะมีชมรม ซึ่งก็จะมีคำแนะนำในการซ่อม การเลือกอู่ แนะนำอู่ที่ไว้ใจได้ ซ่อมแล้วจบ ไม่เลี้ยงไข้ ไม่เอาเปรียบ ซึ่งหายาก

สิ่งที่ควรทำก่อนจะเลือกอู่ซ่อมรถยนต์
การใช้งานรถยนต์มือสอง ในที่นี้ขอเน้นรถเก่านะ ที่เริ่มจะต้องซ่อมแล้ว อายุส่วนใหญ่คือเกิน 15 ปี มีคำแนะนำดังนี้
1. ให้ค้นหาข้อมูลราคาอะไหล่ ค่าใช้จ่ายในการซ่อม ก่อนทุกครั้งที่จะซ่อม หรืออาจจะรวบรวมพิมพ์เป็นเอกสารไว้เลย เวลาสอบถามค่าซ่อม ก็จะรู้ว่า มีการคิดเพิ่มเท่าไหร่
2. สอบถามในกรณีที่เรามีอะไหล่อยู่แล้ว ซื้อไว้แล้ว คิดค่าแรงเท่าไหร่ ดูความเต็มใจที่จะให้บริการ ลองเข้าร้านใหญ่ลูกน้องเยอะๆ กับร้านเล็กๆ ทำกันเอง เปรียบเทียบราคาค่าบริการ
3. การซ่อมให้เน้นชุดใหญ่ เป็นชุดๆ ไป เช่น เครื่องยนต์ ระบบหล่อเย็นหรือระบบระบายความร้อน ช่วงล่าง ซ่อมเป็นส่วนๆ อย่าซ่อมตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อย ถ้าสามารถซ่อมทั้งหมดได้ในคราวเดียวเลยก็จะยิ่งดี เราจะได้รู้สภาพรถยนต์ว่าสมบูรณ์แค่ไหน
4. หากรถยนต์ยี่ห้อหรือรุ่นนั้นๆ มีชมรม หรือเว็บบอร์ดให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ควรหาข้อมูลเกี่ยวกับรถในชมรมก่อน

การเตรียมตัวก่อนนำรถยนต์เข้าไปซ่อม
1. หาข้อมูลเกี่ยวกับการซ่อมส่วนที่รถมีปัญหา มีอะไรบ้าง ค่าใช้จ่ายโดยรวม เพื่อป้องกันช่างมันมั่ว หาเรื่องให้เสียเงินเพิ่ม เคยเจอช่างบางคนมึนมาก เอารถไปสลับยาง รอบที่สอง ช่างหัวมันบอกว่า ยางหมดอายุแล้ว ต้องเปลี่ยนนะ ทั้งที่ดอกยังเต็ม เลยถามไปว่า ยางวิ่งมา 20,000 กิโลเมตร นี่หมดอายุแล้วเหรอ มันเงียบ ทำเป็นตบล้อ แล้วแถต่อ โอ๊ยนี่ ลูกปืนล้อหน้าแตก เอากะมัน เพิ่งออกจากอู่ทำช่วงล่างมา มันมึนจริงๆ เลยบอกรีบๆ สลับยาง มันก็ทำเป็นฮึดฮัดๆ ไม่พอใจ

2. ควรสอบถามราคาอะไหล่ หรือซื้ออะไหล่ไปเองเลย
ลองโทรไปสอบถาม หรือจะสั่งให้ส่งทางรถตู้ รถโดยสารก็ได้ กรณีไม่แน่ใจว่ามีอะไรเสียหรือไม่ ก็สั่งมาก่อน เพราะร้านนี้สุดยอดบริการ ใช้ไม่ได้ ก็คืนเงินให้ ขออย่าแกะซองหรือลองเปลี่ยน ต้องเดิมๆ คืนเงินทุกบาท เจ้าของใจดีมาก รวยแต่ไม่ถือตัวเลย กันเองมาก

Author:
• Thursday, August 27th, 2015

check_carการบำรุงรักษารถยนต์เป็นสิ่งที่สำคัญมากโดยเฉพาะรถที่ผ่านการใช้งานมาไม่ต่ำกว่า 50,000 กิโลเมตร ผู้ใช้รถหลายท่านอาจละเลยไม่นำรถเข้าเช็คที่ศูนย์บริการ เพราะการเช็คระยะที่เกินจาก 50,000 กิโลเมตร ทางผู้ใช้รถจะมีค่าแรงเข้ามาเพิ่มในส่วนของค่าใช้จ่าย ทำให้ผู้ใช้รถหลายๆท่านไม่อยากที่จะนำรถเข้ามารับบริการจากทางศูนย์บริการ โดยไม่ทันได้คาดคิดว่ารถยังมีการรับประกันอยู่ที่ 100,000 กิโลเมตร หรือ 3 ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ทำให้ขาดการบำรุงรักษาจากทางศูนย์บริการไป โดยไม่มีประวัติการเช็คระยะจากทางศูนย์บริการ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการปฎิเสธการรับประกันคุณภาพจากผู้ผลิตได้ และเกิดปัญหาหากเราได้ใช้บริการที่อื่น เนื่องจากรถขาดการดูแลและบำรุงรักษาจากศูนย์บริการที่ได้รับแต่งตั้งจากผู้ผลิต

การบำรุงรักษารถยนต์อยู่เสมอจะทำให้ชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ที่เกี่ยวข้องกับระบบเชื้อเพลิงหรืออัตราการสิ้นเปลืองนั้นมีประสิทธิภาพการทำงานที่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นของระบบเชื้อเพลิงหรือตัวเครื่องยนต์ก็แล้วแต่ การที่จะสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงน้อยหรือมากนั้นขึ้นอยู่กับส่วนประกอบหลายอย่าง ส่วนประกอบบางอย่างจำเป็นต้องเปลี่ยนทุกๆระยะ หากมีการตรวจพบก็ควรรีบทำการเปลี่ยนหรือมีการทำงานที่ผิดปกติจากชิ้นส่วนนี้ก็ต้องเปลี่ยนเช่นกัน ถ้าสิ่งนั้นเกี่ยวข้องกับการสิ้นเปลืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นอย่างน้อยที่สุดหลังจากที่ได้ตรวจเช็ค 1,000 กิโลเมตรแรกไปแล้ว ควรนำรถเข้าตรวจเช็คทุก 10,000 กิโลเมตร เพราะความสมบูรณ์ของรถยนต์นำมาซึ่งความปลอดภัยในการใช้รถยนต์ หากไม่มีการบำรุงรักษาตามกำหนดอาจนำมาซึ่งอุบัติเหตุได้

ดังนั้นถ้าผู้ใช้รถต้องการความมั่นใจในการใช้งานและมีการรับประกันจากทางผู้ผลิต สมควรที่จะต้องเข้าตรวจเช็คตามระยะที่ผู้ผลิตกำหนดมาให้ตามคู่มือการใช้รถ ซึ่งจะสามารถช่วยยืดอายุการใช้งานรถยนต์ได้อย่างยาวนาน โดยถึงแม้ว่ารถที่หมดอายุการรับประกันผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตไปแล้ว หากทางผู้ใช้รถนำรถเข้าศูนย์บริการก็ยังมีการรับประกันงานซ่อมอยู่ โดยหากนำรถเข้าซ่อมที่อื่นที่ไม่ไช่ทางศูนย์อาจจะไม่มีการรับประกันในจุดนี้ให้กับผู้ใช้รถได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวผู้ใช้รถต้องรับอัตราเสี่ยงเอง นอกจากผู้ใช้รถจะได้รับความมั่นใจเกี่ยวกับการรับประกันงานซ่อมแล้ว ยังมั่นใจได้ว่าช่างที่ทำการตรวจสอบรถจากศูนย์บริการนั้นได้ผ่านการอบรมมาโดยเฉพาะการตรวจเช็คระยะตามมาตราฐานที่ผู้ผลิตกำหนดมาให้

Author:
• Saturday, July 11th, 2015

การเตรียมตัวที่จะนำรถเข้าอู่ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่หลายๆท่านนั้นยังไม่ทราบว่า ต้องเตรียมตัวอย่างไร ต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งการนำรถเข้าไปซ่อมแซมที่อู่นั้นเป็นเรื่องปกติที่เพื่อนๆที่ใช้รถนั้นต้องเคยเจอกันอยู่แล้ว เดี๋ยวเราไปชมกันเลยครับกับเกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ในวันนี้

เรื่องของการนำรถเข้าอู่ซ่อมรถนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ผู้ใช้รถนั้นต้องเคยเจอกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเข้าไปตรวจเช็ครถเกี่ยวกับตัวรถหรือระบบต่างๆให้พร้อมใช้งาน จนไปถึงการซ่อมบำรุงในส่วนที่เสียหาย ซึ่งก็ยังมีหลายๆท่านนั้นสงสัยว่าก่อนที่จะนำรถเข้าไปซ่มบำรุงที่อู่นั้นต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง หลังจากที่เรามีอู่ที่เข้าไปใช้บริการจำและไว้ใจได้ ซึ่งการเตรียมตัวนั้นสามารถทำได้ง่ายๆดังนี้

-เมื่อมีการนำรถเข้าอู่ควรปรึกษาช่างใหญ่ เท่านั้นไม่ควรเชื่อผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง หรือผู้ที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการซ่อมบำรุงรถ

-ควรบอกอาการที่รถเสียอย่างละเอียด แม้กระทั้งรายละเอียดในเรื่องของการซ่อมหรือเปลี่ยนอะไหล่จากการซ่อมก่อนหน้านี้

-หากมีการต้องจอดรถไว้ซ่อมเป็นเวลาหลายๆวัน ควรนำสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกจากรถ

-ควรขอเบอร์ติดต่อของทางอู่ไว้เพื่อโทรสอบถามรายละเอียดการซ่อม และควรให้เบอร์ติดต่อของเราไว้ให้กับที่อู่ในกรณีหากมีการเปลี่ยนอะไหล่ทางอู่จะสามารถติดต่อเราได้

-ควรเก็บคู่มือเกี่ยวกับรถยนต์และสเปคเครื่องยนต์ ต่างๆไว้เพื่อให้ช่างตรวจเช็คได้อย่างสะดวก

-ขอบิลรายละเอียดทุกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนอะไหล่ เพื่อไว้ตรวจเช็ค สิ่งสำคัญคือห้ามทำหาย

-ก่อนนำรถออกจากอู่ควรตรวจเช็คอุปกรณ์ต่างๆก่อนนำรถออกจากอู่ ว่ามีการสับเปลี่ยนอะไหล่หรือมีอะไรสูญหายหรือไม่

-ขอดูอะไหล่เก่าทุกครั้งหากมีการเปลี่ยนอะไหล่ใหม่

-ควรขอคำแนะนำในเรื่องของการหาอู่ในการตรวจเช็คและซ่อมบำรุงจากบุคคลที่ไว้ใจได้เท่านั้น

-เมื่อนำรถออกจากอู่แล้วหากเกิดมีสิ่งผิดปกติหลังการซ่อมหรือตรวจเช็คควรนำกลับเข้าอู่ไปตรวจเช็คใหม่โดยเร็ว

เป็นอย่างไรกันบ้างกับเกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ในวันนี้ที่ทางทีมงานได้นำมาให้เพื่อนๆได้ชมกันวันนี้ กับเรื่องของการเตรียมตัวก่อนที่จะนำรถเข้าอู่ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่หลายๆท่านควรทราบเป็นอย่างมาก ก่อนที่จะนำรถเข้าอู่ เพื่อที่จะได้ป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดตามมาและจะได้ไม่โดนเอาเปรียบจากอู่อีกด้วย

Author:
• Saturday, June 20th, 2015

เป็นหัวใจสำคัญของกิจการ เปิดอู่ซ่อมรถ เพราะกิจการมีสินค้าเป็นการให้บริการเป็นหลัก ความประทับใจของลูกค้าเท่านั้นที่จะทำให้กิจการอยู่รอดและสามารถแข่งขันในธุรกิจนี้ได้

– ควรกำหนดเป้าหมายของกิจการ เปิดอู่ซ่อมรถ ด้านคุณภาพการให้บริการให้ชัดเจน ตัวอย่างเช่น หน้าตาดี คำพูดดี จิตใจดี คุณภาพการซ่อมที่ดี กล่าวคือ หน้าตาดีคือมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสพร้อมที่จะให้บริการกับลูกค้าทุกเมื่อ คำพูดดีคือการพูดจาที่ไพเราะกับลูกค้าให้คำแนะนำข้อมูลกับลูกค้าเท่าที่ลูกค้าต้องการ จิตใจดีคือมีหัวใจพร้อมในงานบริการหากไม่มีใจในการให้บริการลูกค้าแล้วทุกอย่างก็จะออกมาไม่ดี คุณภาพการซ่อมที่ดีคือทำงานด้วยงานที่เน้นคุณภาพการซ่อมทั้งเรื่องการซ่อมและสินค้าอะหลั่ยที่ใช้เปลี่ยน

-ประเมินพนักงาน ควรมีระบบตรวจวัดผลของพนักงานทุกคนทุกฝ่ายว่าได้ทำงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดหรือไม่ ควรวัดออกมาเป็นตัวเลขการให้คะแนนเพื่อให้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจน ว่าพนักงานคนใดปฏิบัติหน้าที่ได้ดีมากน้อยแค่ไหน

– ตอบแทนรางวัลพนักงาน เมื่อมีการทำงานสร้างองค์กรให้เติบโตและแข่งแกร่งอย่างเต็มที ก็ต้องมีรางวัลตอบแทนให้กับพนักงานที่ทำดีเพื่อเป็นกำลังใจและเป็นแรงขับที่จะทำงานต่อไป เช่น ค่าโบนัสรายปี(จำนวนเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่ผลประกอบการ),ค่าโอที,ค่าเบี้ยขยัน,รางวัลพิเศษของพนักงานดีเด่น การเลื่อนตำแหน่งงาน,สวัสดิการที่จะได้รับเพิ่มขึ้นถ้าปฏิบัตหน้าที่ได้เป็นอย่างดี

– บทลงโทษ หากมีการทำผิดระเบียบหรือกฎที่ได้ตั้งไว้ ก็ต้องมีบทลงโทษจากน้อยไปหามากเพื่อควบคุมทิศทางขององค์กรให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน

Author:
• Monday, May 04th, 2015

การที่จะทำธุรกิจใดก็ตามหากไม่รู้ลึกซึ้งถึงเนื้อหาสาระสำคัญของธุรกิจนั้นๆ ก็เปรียบเสมือนการหลับตาเดิน แค่ออกก้าวก็ชนอุปสรรคขวากหนามเสียแล้ว ฉะนั้นขอให้ผู้สนใจธุรกิจอู่ซ่อมรถควรทำความเข้าใจในบทความนี้อย่างระเอียดและอ่านดูให้ถี่ถ้วน พิจารณาความชอบและความเหมาะสมของประเภทการให้บริการในอู่ซ่อมรถ ก็จะเป็นการเริ่มต้นธุรกิจที่มีชัยชนะไปกว่าครึ่งแล้ว

การจะเปิดอู่ซ่อมรถซักหนึ่งร้านมีรายละเอียดปลีกย่อยค่อนข้างเยอะ ก่อนที่จะทำธุรกิจอู่ซ่อมรถได้นั้นเราควรศึกษาองค์ประกอบเรื่องต่างๆที่จำเป็นเสียก่อนที่จะเปิดอู่รถ ซึ่งจะขอแยกเป็นเรื่องๆดังต่อไปนี้
1.ประเภทของร้านในการเปิดอู่ซ่อมรถ แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่
1.1ศูนย์บริการรูบแบบค่ายรถยนต์มีชื่อทั้งหลาย อู่ซ่อมรถประเภทนี้จะเน้นในเรื่องของการซ่อมรถยนต์ในแบรนด์ของตนเอง ซึ่งจะเน้นที่การให้บริการหลังการขายเมื่อเวลาที่เราซื้อรถใหม่ป้ายแดงไปแล้ว แต่ราคาค่าบริการจะสูง อาจมีทั้งค่ายที่เป็นของรถยนต์เองและที่เป็นของเอกชนลงทุนแต่เฉพาะอู่รถยนต์ เช่น B-Quik(บี-ควิก) Bosch Car Service เป็นต้น 1.2อู่บริการทั่วไป
-มีทั้งเป็นลักษณะการเปิดแบบใหญ่พื้นที่ให้บริการมาก ขนาด 200-500ตารางเมตร มีทั้งที่ให้บริการแก่บุคคลทั่วไป และที่รับซ่อมเฉพาะงานของบริษัทรับประกันทั้งหลาย
-อู่ขนาดกลาง มีลักษณะเป็นร้านที่เป็นตึกแถว(อาคารพาณิชย์) ขนาด 2-4 คูหา ส่วนใหญ่จะเป็นร้านที่ให้บริการช่วงล่าง, จำพวก เบรค,ครัช,โช๊คอัพ,เปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรอ
-อู่ขนาดเล็ก ร้านขนาดแค่ที่ห้องเดียวที่อยู่ตามบ้าน หรือพื้นที่เปล่าที่ไปปลูกเพิงขนาดเล็กไว้ ให้บริการในกลุ่มคนที่รู้จักกัน

การเปิดอู่ซ่อมรถ ยังแบ่งได้จากการให้บริการรถยนต์
-อู่ที่ให้บริการแบบครบวงจร
-อู่ที่ให้บริการเฉพาะเครื่องยนต์
-อู่ที่ให้บริการแบบเฉพาะระบบไฟฟ้ารถยนต์
-อู่ที่ให้บริการแบบเฉพาะช่วงล่าและมีอู่หรืออาจเรียกว่าร้านที่ให้บริการซ่อมหรือเปลี่ยนเฉพาะบ้างส่วนของรถยนต์ เช่น อู่ร้านแอร์รถยนต์ อู่เช็คปั๊มหัวฉีด อู่ติดแก๊สรถยนต์ ร้านเปลี่ยนแบตเตอรี่ ร้านหม้อน้ำรถยนต์ ร้านไดนาโมและไดชาร์จ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นอู่ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ แต่สำหรับในที่นี้จะกล่าวเฉพาะการเปิดอู่แบบที่ให้บริการช่วงล่าง,เครื่องยนต์เป็นหลัก

2.เรื่องการจดทะเบียนผู้ประกอบการ
การจดทะเบียนการค้าหรือใบทะเบียนพาณิชย์ สามารถจดทะเบียนพาณิชย์ในรูปแบบ บุคคลธรรม(ชื่อ-สกุล) หรือนิติบุคคล(ห้างหุ้นส่วนจำกัด-บริษัท)
-เอกสารที่ต้องเตรียมเพื่อจดทะเบียนพาณิชย์
-สำเนาบัตรประชาชนของผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการ
-สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการ กรณีที่เจ้าของกิจการอู่ซ่อมรถไม่ได้เป็นเจ้าบ้าน ต้องมีเอกสารประกอบดังนี้
-สำเนาบัตรประชาชนของผู้ที่เป็นเจ้าบ้าน
-สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ที่เป็นเจ้าบ้าน
-หนังสือยินยอมการอาคารสถานที่เพื่อประกอบกิจการอู่ซ่อมรถจากเจ้าบ้าน
-สำเนาสัญญาเช่าอาคารหรือพื้นที่,หนังสือยินยอมให้ใช้เพื่อเปิดอู่ซ่อมรถลงชื่อผู้ให้เช่า กรณีที่เป็นอาคารสร้างใหม่ ต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้ไปด้วย
-เตรียมใบขออนุญาตก่อสร้างอาคาร สถานที่จดทะเบียนพาณิชย์ในการเปิดอู่ซ่อมรถ

Author:
• Sunday, March 22nd, 2015


ประเทศไทย ถือว่าเสือตัวสำคัญด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งมีข้อได้เปรียบหลายด้านกว่าประเทศในแถบนี้ ไม่ว่าจะเป็นประเทศอินโดนีเชีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์ และ เวียดนาม โดยเฉพาะประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซีย ที่มีการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างรวดเร็ว ประเทศไทยจึงต้องมีการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น จึงก่อให้เกิดการแข่งขันกันเองมากขึ้น ซึ่งประเทศไทยมียานยนต์ที่จัดเป็น Product Champion มายาวนานคือ รถกระบะขนาดหนึ่งตัน และที่เกิดใหม่อย่างรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล หรือ Eco car ปัจจุบันประเทศไทยมีการสนับสนุนรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

จากผลการศึกษาภายใต้กิจกรรมการจัดทําแผนที่การตลาดสําหรับ SMEs สู่ตลาดอาเซียน ของสํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวถึง สปป.ลาวว่าแม้จะเป็นประเทศขนาดเล็กที่มีประชากรในประเทศเพียง 6 ล้านคน แต่มีบทบาทเสมือนเป็นแบตเตอรี่แห่งเอเชีย และเป็นประเทศที่มีสังคม วัฒนธรรมใกล้เคียงกับประเทศไทยมากที่สุด มีอัตราผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) สูงเป็นอันดับสองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกรองจากจีน

โดยเฉพาะธุรกิจอู่ซ่อมรถยนต์และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการเกี่ยวกับรถยนต์เนื่องจากประเทศไทยได้เปรียบคู่แข่ง เพราะเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วน อุปกรณ์รถยนต์และส่งออกไปทั่วโลก รวมถึงมีช่างฝีมือที่เชี่ยวชาญ จึงต้องเร่งผลักดันกลุ่มธุรกิจนี้ให้มีการขยายฐานการผลิตออกไป

ปัจจุบันเศรษฐกิจในประเทศสปป.ลาวถือว่ามีอัตราการเติบโตเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากประชากรชาวลาวเริ่มมีกําลังซื้อมากขึ้น อีกทั้งทรัพยากรในประเทศยังมีอยู่เป็นจํานวนมาก นอกจากนี้ลาวยังมีโครงการทางเศรษฐกิจระยะยาวผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อที่จะเป็นแบตเตอรี่แห่งอาเซียน ซึ่งก็จะมีนักลงทุนทั้งจีนเวียดนาม ไทย ต่างเข้าไประดมทุน ซึ่งจะช่วยส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมของลาวดีขึ้น อีกทั้งชาวลาวยังนิยมสินค้าไทยเป็นจํานวนมาก ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งหากนักลงทุนสนใจที่จะไปลงทุนธุรกิจอู่ซ่อมรถจึงไม่ได้หมายถึงการให้บริการคนลาวเท่านั้น แต่ยังบริการคนทั้งอาเซียนที่เข้าไปทําธุรกิจหรือพักพิงในประเทศลาวด้วยเพราะโฉมหน้าของสปป.ลาวภายหลังเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ในอนาคตลาวจะกลายเป็นศูนย์กลางทางการเงินเหมือนสิงคโปร์ปัจจุบันธนาคารทั่วโลกกําลังแห่เข้าไปตั้งสาขาในลาว จากในอดีตที่มีธนาคารเพียงไม่กี่แห่ง และส่วนใหญ่เป็นธนาคารของรัฐ ทว่าวันนี้ธนาคารในลาวเพิ่มเป็น 28 แห่ง และกําลังจะเพิ่มเป็น 50 แห่งภายในเวลาอันใกล้นี้

Author:
• Sunday, February 08th, 2015


รถยนต์ ถือว่าเป็นพาหนะที่มีความสำคัญในการดำเนินชีวิตประจำวันของเรา ทุกๆคน และแน่นอนว่าย่อมต้องมีการหมดอายุหรือเสื่อมสภาพของชิ้นส่วนที่ ประกอบขึ้นมาเป็นรถ ซึ่งถือเป็นธรรมดา และไม่สามารถหลีกเลี่ยงการซ่อมบำรุง ได้ ดังนั้น เจ้าของรถทุกคนจึงควรที่จะเลือกการซ่อมอย่างคุ้มค่า ไม่สิ้นเปลืองเงิน

สถานกงสุลใหญ่ ณ กรุงอันตานานาริโว ได้สำรวจลู่ทางการทำธุรกิจอู่ซ่อมรถยนต์ในมาดากัสการ์ซึ่งเป็นตลาดที่มีแนวโน้มสดใสและเป็นธุรกิจที่ผู้ประกอบการและช่างเทคนิคของไทยมีศักยภาพ รวมทั้งใช้เงินลงทุนไม่มาก ซึ่งผู้ประกอบการไทยที่สนใจลงทุนควรทราบข้อมูลเบื้องต้นเพื่อประกอบการตัดสินใจ ดังนี้
1. ขนาดธุรกิจอู่ซ่อมรถยนต์ในมาดากัสการ์จัดเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กถึงกลางภาครัฐยังไม่มีบทบาทหรือนโยบายส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจซ่อมรถยนต์ ซึ่งเป็นธุรกิจ SME เป็นการเฉพาะ อย่างไรก็ดี ตลาดซ่อมรถยังกระจุกตัวเฉพาะในกรุงอันตานานาริโว เนื่องจากนอกเขตเมืองหลวง ปริมาณรถมีจำนวนน้อย ขาดแคลนเครื่องมือและอะไหล่
2. ธุรกิจอู่ซ่อมรถในมาดากัสการ์ขยายตัวในทิศทางเดียวกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ มาดากัสการ์มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจประมาณ 6.3% เนื่องจากการลงทุนในอุตสาหกรรมเหมืองแร่และสำรวจน้ำมันในประเทศ ประกอบกับระบบขนส่งมวลชนที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้ชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในภาคธุรกิจต่างๆ รวมทั้งชาวมาดากัสการ์ที่มีรายได้มีความต้องการใช้รถยนต์เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 10% ต่อปี
3. ผู้ประกอบการอู่ซ่อมรถขนาดเล็กเป็นชาวมาดากัสการ์ดำเนินกิจการด้วยตนเอง หลายแห่งไม่จดทะเบียนและไม่เสียภาษี จึงอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่จำนวนอู่ซ่อมรถขนาดเล็กขยายตัวประมาณ 30% เมื่อเทียบกับ 2 ปีที่แล้ว ในขณะที่ อู่ซ่อมรถขนาดกลางดำเนินกิจการในลักษณะครอบครัว มีเงินทุนของตัวเองและประกอบกิจการเกี่ยวเนื่องและธุรกิจอื่นๆ ประกอบกัน การร่วมทุนกับต่างชาติอาจเป็นไปได้ในอนาคต
4. มาดากัสการ์มีหน่วยงาน Economic Development Board of Madagascar หรือ EDBM ทำหน้าที่ดำเนินการและอำนวยความสะดวกนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการขออนุญาตประกอบกิจการ โดยใช้เวลาเพียง 4 วัน ในกระบวนการพิจารณาอนุมัติเปิดกิจการหากเอกสารถูกต้องครบถ้วน ในภาพรวมแล้ว รัฐบาลมาดากัสการ์มีนโยบายส่งเสริมและต้อนรับการลงทุนจากต่างชาติ ดำเนินนโยบายแข่งขันเสรี
5. กิจการอู่ซ่อมรถขนาดกลางมีระบบการจัดการและดำเนินการเป็นไปตามมาตรฐานบริษัทแม่ในต่างประเทศ ตั้งแต่การรับรถ ตรวจสภาพ ซ่อมบำรุง ส่งรถ และการให้บริการลูกค้า ช่างและคนงานได้รับการอบรมจากต่างประเทศ (ขึ้นกับบริษัทแม่) เช่น ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส แอฟริกาใต้ เคนยา ในขณะที่กิจการขนาดเล็กไม่มีระบบการฝึกอบรม ใช้วิธีเรียนรู้จากการปฏิบัติหรือจากหัวหน้างานที่มีประสบการณ์ การศึกษาจากคู่มือเป็นไปได้ยาก เนื่องจากแรงงานไม่มีความรู้ภาษาอังกฤษ อะไหล่ที่เป็นที่นิยมมักใช้ของอินเดีย ในกรุงอันตานานาริโวมีตลาดขายชิ้นส่วนที่นำเข้าจากอินเดียซึ่งมีราคาถูกและหาได้ง่ายเมื่อเทียบกับอะไหล่ที่นำเข้าจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือไทย ซึ่งเป็นของแท้และไม่ค่อยมีเก็บในสต๊อก
6. การดำเนินธุรกิจอู่ซ่อมรถไม่จำเป็นต้องติดต่อกับภาคราชการมากนัก ทำให้ไม่มีการรวมตัวตั้งเป็นสมาคม/ชมรมระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการอู่ซ่อมรถหรือขายรถ บริษัทจะจ่ายภาษีให้รัฐทุกๆ 3 เดือนหรือปีละครั้ง ขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างปรับปรุงระบบและโครงสร้างภาษีใหม่ทั้งหมด

Author:
• Saturday, January 17th, 2015

สินค้ายานยนต์ชิ้นส่วนและซ่อมบำรุงมีโอกาสในการเพิ่มปริมาณและมูลค่าทางการค้า ได้แก่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถจักรยาน อะไหล่และชิ้นส่วนยานยนต์ รวมถึงอุปกรณ์ประดับยนต์ สินค้าเกี่ยวกับยานยนต์กลายเป็นสินค้าที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการพัฒนาของระบบคมนาคมขนส่งที่เติบโตพร้อมกับการค้าและการพัฒนาของประเทศ ถึงแม้ว่าสินค้าประเภทนี้จะยังมีข้อจำกัดทางการค้าในแง่ของกฎระเบียบทางการค้าและกฎหมายท้องถิ่น ซึ่งสร้างปัญหาและอุปสรรคอยู่มากก็ตาม แต่ก็ยังเป็นสินค้าที่ตลาดมีความต้องการ ทั้งนี้สหภาพพม่ายังขาดความต่อเนื่องในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ จึงยังขาดแคลนอุปกรณ์ประเภทชิ้นส่วน และอะไหล่ต่าง ๆ อยู่มาก ในขณะที่ประเทศไทยมีจุดแข็งในคลัสเตอร์นี้

นักธุรกิจไทยที่ทำธุรกิจในสหภาพพม่า ระบุว่ากลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวกับอู่ซ่อมรถ การเปลี่ยนยาง ตั้งศูนย์ ถ่วงล้อ การเคลือบสี ขัดรถ ในประเทศนี้ยังมีผู้ประกอบการจำนวนน้อยและไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้ยานพาหนะที่นับวันจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนี้สินค้าเกี่ยวกับยานยนต์ที่นิยมนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งรถใหม่และรถมือสอง เช่นนำเข้าจากญี่ปุ่น และส่งผ่านจากไทยไปยังสหภาพพม่า นอกจากจะเป็นรถยนต์ (รถยนต์ส่วนบุคคล รถบัส และรถบรรทุกหนักทุกชนิด) รถจักรยานยนต์ และรถจักรยานแล้ว ยานยนต์กลุ่มนี้ มีความต้องการซื้อชิ้นส่วนและอะไหล่ รวมถึงอุปกรณ์ตกแต่งต่อเนื่องตามมา ความต้องการมีทั้งอะไหล่เทียมและอะไหล่แท้ อาทิ ฝาสูบ ลูกสูบ ข้อเหวี่ยง ไส้กรองอากาศ ไส้กรองน้ำมันเครื่อง โช๊คอัพ ผ้าดิสเบรก จานครัชทองแดง เพลารถ 10 ล้อ อุปกรณ์ไฟฟ้าในรถยนต์ทุกชนิด และยางผ้าใบ (BIAS) ของรถบรรทุก เป็นต้น กลุ่มสินค้าประเทศต่าง ๆ ที่กล่าวข้างต้น เป็นสินค้าที่ผู้ประกอบการ SMEs ไทยมีความเชี่ยวชาญ สามารถผลิต ดัดแปลงให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าได้

กลยุทธ์การตลาดสำหรับสินค้าไทย
สินค้าเกี่ยวกับยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่ กลายเป็นสินค้าที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ตามการเจริญเติบโตของประเทศ ประกอบกับการพัฒนาของระบบคมนาคมขนส่งและความผ่อนคลายกฎระเบียบทางการค้าและกฎหมายท้องถิ่น จึงส่งผลให้อัตราการใช้ยานพาหนะเพิ่มสูงขึ้น สำหรับพื้นที่เป้าหมายสำหรับสินค้าในกลุ่มนี้อยู่ที่กรุงย่างกุ้งซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่ามีระบบคมนาคมทางถนนที่ค่อนข้างดีกว่าพื้นที่อื่นๆ ภายในประเทศ อย่างไรก็ตามกฎหมายของสหภาพพม่าไม่อนุญาตให้รถจักรยานยนต์วิ่งในย่างกุ้ง ดังนั้นสินค้าที่เกี่ยวกับรถจักรยานยนต์ทั้งหมดจึงไม่เป็นที่นิยมในพื้นที่ สำหรับเมียวดีนั้นเป็นจุดนำเข้าสินค้าประเภทรถยนต์ จักรยานและอุปกรณ์ชิ้นส่วนอะไหล่ที่เกี่ยวข้อง โดยสินค้าส่วนใหญ่ที่มีการนำเข้าจะเป็นสินค้ามือสองไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ จักรยาน จักรยานยนต์ และอุปกรณ์อะไหล่ ซึ่งเป็นสินค้าใช้แล้วจากประเทศญี่ปุ่นและนำเข้าสู่สหภาพพม่าโดยผ่านประเทศไทย สินค้าในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าต้องห้ามในสหภาพม่า ดังนั้นการนำเข้าผ่านทางด่านแม่สอดจึงต้องใช้การขนส่งทางแพ และไม่ผ่านระบบศุลกากรของสหภาพม่า ในส่วนของมัณฑะเลย์จะมีร้านค้าที่ขายชิ้นส่วนอะไหล่เกี่ยวกับยานยนต์อยู่บ้าง แต่การเจาะตลาดมัณฑะเลย์ไม่เป็นที่นิยมเนื่องจากมัณฑะเลย์เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ประกอบกับสภาพของการคมนาคมทางบกที่ยังไมพัฒนามากนัก และประชากรที่อยู่ในพื้นที่มีรายได้ค่อนข้างต่ำจึงขาดกำลังซื้อสินค้าในกลุ่มนี้ ซึ่งถือว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยและจำกัดลงอยู่เฉพาะผู้ที่มีรายได้ในระดับปานกลางถึงสูง ดังนั้นการค้าสินค้าประเภทนี้จึงกระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่ และเมืองการค้าชายแดน เช่นย่างกุ้งและเมียวดี สำหรับสินค้าที่ไทยมีศักยภาพทางการค้าได้แก่ รถจักรยานยนต์ รถยนต์ อุปกรณ์ประดับยนต์ ยางรถยนต์ ชิ้นส่วนและอะไหล่

Author:
• Sunday, December 07th, 2014

ทุกวันนี้พวกเราหลายคนคงต้องเผชิญหน้ากับบรรดา ช่างที่พวกเขาเปิดรับบริการซ่อมรถยนต์คอยรักษาปัญหาอาการไม่สบายของรถให้หายเป็นปลิดทิ้ง ที่แยกกันมีตั้งแต่เบรค โช๊ค ช่วงล่าง แบตเตอร์รี่ ไปจนถึงเครื่องยนต์ และการซ่อมตัวถังที่หลายคนที่มักไม่ค่อยระวังได้แวะเวียนไปใช้กันบ่อยๆ

อาชีพช่างซ่อมรถยนต์ นับว่าเป็นอาชีพที่เราน่าจะคุ้นเคยที่สุด หลังจากออกรถมากกว่าเซลล์ ที่ผีปากกล้าขายรภให้เรา แต่มีสักกี่คนที่รู้ว่าช่างเหล่านั้นทำอะไรกับรถเราบ้าง เราไม่ได้จะสอนให้คุณเป้นช่างแต่ วันนี้เราจะมาพูดถึงการรู้ทันช่างที่บางครั้งจำเป็นต้องรู้ เพื่อจะได้เข้าใจถึงความคุ้มค่าและราคาที่เราได้และต้องเสียเงินให้พวกเขาทำงาน ซึ่งก็ไม่ยากจนเกินเข้าใจ
1.รู้ปัญหา ข้อนี้สำคัญมากเมื่อรถมีปัญหา สิ่งที่คุณควรทำอันดับแรกคือ รู้ว่าอะไรคือต้นตอของปัญหาถ้าเป็นไปได้ ซึ่งจะช่วยให้คุณพอเริ่มรู้ชะตากรรมของตัวเองแล้วว่า คุณจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถกรณีนั้นๆ สักเท่าไรกันแน่
2.ตีสนิทกับช่า เราไม่ได้ให้คุณไปหว่านเสน่ห์ช่าง หรือไปเป็นขวัญใจ แต่ให้พูดคุยเพื่อรับฟังคำแนะนำและแนวทางที่เขากำลังจะทำให้เรา ก่อนที่เขาจะลงมือทำ ซึ่งจะช่วยให้เรามั่นใจได้ยิ่งขึ้นว่าเขาจะไม่มามั่วแนวกับรถเรา ซึ่งจะเป็นการเลี้ยงไข้และทำให้รถเสื่อมสภาพมากกว่าคืนสภาพ
3.ชวนเพื่อนมาช่วยดูแล ถ้าในกรณีที่รถมีปัญหาที่หนักบ้างครั้ง คุณก็อาจคนที่ต้องรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมช่าง อาจจะชวนเขามาดูหรือโทรพูดคุย แต่อย่าไปหักหน้าช่างให้คุณรู้เอาไว้ใช่ว่า และดูการทำงาน หรือในกรณีที่รถคุณซ่อมหนัก ต้องนอนอู่ก็ควรจะแวะเวียนหรือโทรไปพูดคุยกับช่างบ้างว่า รถเป็นอย่างไร
4.ทดสอบงานซ่อม เมื่อรถซ่อมเสร็จ เป้นหน้าที่ของเราที่ต้องทดสอบชิ้นงานที่ออกมาจากมือพวกเขา คนจำนวนไม่น้อยไว้ใจช่างมากเกินไป และทำให้คนเหล่านี้ได้ใจที่จะขอเรียกเก็บเงินก่อน ทำให้เราตกอยู่ในภาวะเสียเปรียบทันที จำไว้จ่ายเงินเมื่อไรมีปัญหาเราจะแก้ไขยาก
แม้จะมีการรับประกันในระยะเวลาที่ช่างอาจจะบอกกับคุณ แต่ทางที่ดีคุณต้องลองทดสอบผลงานก่อนนำรถออกไป หรือขับทดลองหากจำเป็น และกรณีที่ช่างมีการกล่าวถึงการรับประกัน ถามให้แน่ชัดและให้เขาเขียนใบเสร็จรับเงินพร้อมหมายเหตุตามที่ได้ให้เงื่อนไขไว้ เพื่อจะได้เป็นหลักฐานยืนยัน

เหล่านี้เป็นวิธีง่ายๆที่คุณสามารถปฏิบัติได้ เมื่อต้องนำรถเข้าไปเผชิญหน้ากับช่าง ซึ่งการที่เราป้องกันความผิดพลาดไว้เป้นเรื่องที่ดีกว่าต้องมาเสียใจภายหลัง และที่สำคัญคือ เมื่อมีปัญหาสำคัญควรจะเลือกช่างที่ไว้ใจได้และชำนาญงานในการซ่อมจริงๆเพื่อให้เรามั่นใจว่า เขาเข้าใจปัญหานั้นอยู่แล้ว โดยที่เราไม่ได้เป็นหนูทดลอง

Author:
• Sunday, November 16th, 2014


กฎหมายเกี่ยวกับธุรกิจซ่อมบำรุงรักษารถยนต์แล้ว ประชาชนที่ใช้บริการจะคำนึงถึงปัญหาเกี่ยวกับมาตรฐานของสถานบริการและช่าง การไม่ได้รับข้อมูลที่จำเป็นในการตัดสินใจ การคิดราคาอะไหล่แพงเกินความจริง และการเปลี่ยนอะไหล่ที่มีคุณภาพต่ำเป็นที่ทราบกันดีว่าตลาดรถยนต์ในแต่ละปีมีการเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ และในไม่ช้านี้มีแนวโน้มว่าจะมียอดทะลุถึง 1.6 ล้านคันต่อปี นั่นยอมส่งผลดีต่อธุรกิจยานยนต์ ไม่เว้นแม้แต่การเปิดอู่ซ่อมรถยนต์ เนื่องจากว่ามีกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ต้องการจะเปิดอู่เป็นของตัวเอง เพื่อรองรับกับอุตสาหกรรมด้านนี้แน่นอนว่า คำถามต่างๆย่อมตามมาว่า การเปิดอู่ซ่อมรถยนต์มีความยุ่งยากไหม และถ้าอยากจดทะเบียนพาณิชย์แต่ไม่ทราบรายละเอียดจะต้องทำอย่างไรทีมข่าว Auto Service ได้นำบทความเล็กๆน้อยๆมาฝากว่า การเปิดอู่ซ่อมรถยนต์ต้องดำเนินการอย่างไร
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ ให้เหตุผลว่า การเปิดอู่ซ่อมรถเป็นงานบริการไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ ท่านสามารถประกอบกิจการได้เลย โดย พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์กำหนดไว้ว่า ผู้ประกอบกิจการขายสินค้าอย่างเดียว หรือหลายอย่าง คิดรวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งขายได้เป็นเงินตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไป หรือมีสินค้าดังกล่าวไว้เพื่อขายมีค่ารวมทั้งสิ้นเป็นเงินตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป เข้าข่ายเป็นพาณิชยกิจที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ รายละเอียดเกี่ยวกับการจดทะเบียนและหลักฐานประกอบการจดทะเบียนพาณิชย์นั้น สอบถามโดยตรงได้ที่
– สำนักงานเศรษฐกิจการคลังกรุงเทพมหานครหรือที่สำนักงานเขตทุกเขต และไปดำเนินการจดทะเบียนพาณิชย์ที่สำนักงานเขตตามพื้นที่ร้านค้าที่ตั้งอยู่
– ต่างจังหวัดให้ติดต่อสอบถามที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ตามจังหวัดที่ตั้งของร้านค้า
หากประกอบกิจการซ่อมรถเพียงอย่างเดียว ไม่เข้าข่ายที่จะต้องจดทะเบียนพาณิชย์ แต่หากประกอบกิจการซ่อมรถและมีสินค้าจำหน่ายในร้าน ถือว่ามีการซื้อขายสินค้าและเข้าข่ายต้องมาจดทะเบียนพาณิชย์ในส่วนของการจำหน่ายเท่านั้น หากร้านตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครสามารถไปจดทะเบียนได้ที่สำนักงานเขตพื้นที่ตามที่ร้านตั้งอยู่ และหากอยู่ต่างจังหวัดสามารถไปจดทะเบียนได้ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ตามที่ร้านตั้งอยู่

Author:
• Friday, October 17th, 2014

สำหรับผู้ใช้รถยนต์ การตรวจสอบและซ่อมบำรุงเป็นสิ่งที่สำคัญ และการที่สถานที่จะไปใช้บริการก็เป็นสิ่งที่สำคัญ วันนี้เรามีวิธีเลือกใช้บริการมาให้ท่านได้เลือกใช้บริการ

วันหนึ่งเมื่อพบว่ารถยนต์คู่ใจของคุณเกิดป่วยขึ้นมา ดูอาการแล้วคงไม่แคล้วต้องส่งให้มืออาชีพจัดการ ว่าแต่ว่าคุณจะเลือกไปส่งรักษาตัวที่ไหนดี…ระหว่างศูนย์บริการ อู่ซ่อม หรือศูนย์ซ้อมอิสระ เพื่อให้รถของคุณหายจากอาการป่วย พร้อมกับได้รับความคุ้มค่า คุ้มราคาที่สุด คนรักรถ รวมรวบข้อมูลมาให้คุณพิจารณาประกอบการตัดสินใจ ก่อนรถของคุณจะถูกส่งซ่อมไปแบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์

รถใหม่ต้องศูนย์บริการ เนื่องจากรถยนต์ป้ายแดงทุกรุ่นจะมีการรับประกันคุณภาพของอุปกรณ์ และความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการผลิตในขอบเขตที่เหมาะสม ซึ่งหากยังอยู่ในระยะประกัน แนะนำว่าควรนำรถยนต์เข้ารับบริการดูแลและตรวจสอบสภาพที่ศูนย์บริการเท่านั้น การนำรถยนต์ไปซ่อมนอกศูนย์บริการอาจทำให้การรับประกันทั้งหมดถูกยกเลิก รวมถึงการไม่ยอมนำรถเจ้าศูนย์บริการเพื่อตรวจสภาพตามเวลาที่กำหนด กรณีที่รถเสียกลางทางสามารถให้ช่างทั่วไปซ่อมแซมเบื้องต้นได้ แต่ห้ามเปลี่ยนอุปกรณ์หลักโดยเด็ดขาด ดังนั้นผู้ใช้รถใหม่และยังอยู่ในระยะประกัน อย่าว่างเว้นปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด

ขับขี่ไปสักพักก็ถึงเวลาที่รถหมดระยะประกันคุณภาพ ซึ่งคราวนี้คุณต้องเลือกแล้วล่ะว่าจะพารถไปซ่อมที่ใด

ศูนย์บริการ-เมื่อนำรถเข้าศูนย์บริการหลังพ้นระยะประกันควรบอกความประสงค์ให้ชัดเจน ถ้ามีอะไหล่ชิ้นไหนเสียให้ช่างแจ้งราคาก่อนลงมือเปลี่ยนทุกครั้ง ไม่เช่นนั้นคุณอาจลบจับจากราคาอะไหล่ที่ช่างทำการเปลี่ยนให้รถคุณก็เป็น ได้ เนื่องจากเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าศูนย์บริการนั้นเป็นตัวทำกำไรสำคัญของ บริษัทผู้จำหน่ายรถยนต์ การเข้าศูนย์บริการถึงแม้ราคาจะแพงไปหน่อย แต่ก็มีข้อดีอยู่ที่การรับประกันคุณภาพการซ่อมและอะไหล่ที่มั่นใจได้

อู่ซ่อมทั่วไป-อู่ในลักษณะนี้มีหลายระดับ ต้องเริ่มดูกันตั้งแต่ฝีมือของช่าง เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน คุณภาพของอะไหล่การคิดราคาอย่างตรงไปตรงมา การเช็กสภาพรถก่อนเข้าอู่ว่าอยู่ในสภาพไหน เลขไมล์เท่าไหร่ ถือเป็นเรื่องที่สำคัญและไม่ควรมองข้าม เนื่องจากบางอู่อาจมีช่างแอบเอารถลูกค้าไปใช้งานหลังซ่อมเสร็จ ฉะนั้นการจดจำและตรวจสภาพรถอย่างรอบคอบก่อนเข้ารับการซ่อมจากอู่ซ่อมทั่วไป เรื่องที่ผู้ใช้รถควรใส่ใจ เพราะจะได้มีหลักฐานอ้างกับเจ้าของอู่ได้ในกรณีที่มีสิ่งผิดปกติหรือเสียหาย

ศูนย์ซ่อมอิสระ-เน้นการดูแลรักษาและตรวจซ่อมโดยใช้เวลาไม่นานมาก เช่น เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง , เปลี่ยนยาง , เปลี่ยผ้าเบรก , ตั้งศูนย์ถ่วงล้อ ฯลฯ ระบุค่าแรงการซ่อมอย่างชัดเจน จุดเด่นคือ ค่าแรงถูกกว่าศูนย์บริการหรือบางแห่งก็ไม่คิดค่าแรง เครื่องมือมีมาตรฐานครบครัน มีอะไหล่ให้เลือกหลากหลายยี่ห้อพร้อมการรับประกัน เมื่อรู้อย่างนี้ลองตัดสินใจกันดูนะครับ

Author:
• Monday, September 22nd, 2014

ปัจจุบันแนวโน้มการขยายตัวที่ดีของอุตสาหกรรมยานยนต์ ในด้านของการผลิตยานยนต์ และการใช้จ่ายในหมวดของยานยนต์ที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และการที่ค่ายรถต่างๆได้มีการออกตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆมาแข่งขันกันในตลาด โดยมีการจูงใจผู้ซื้อให้เงื่อนไขการชำระเงินด้วยเงินดาวน์ที่ต่ำลง และอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ ทำให้แนวโน้มของปริมาณรถยนต์ในแต่ละปีมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสามารถดูได้จากจำนวนรถที่จดทะเบียนเพิ่มทุกปี ซึ่งการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องดังกล่าวได้ส่งผลทำให้ธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์มีการขยายตัวตามอุตสาหกรรมยานยนต์

สภาวะเศรษฐกิจดังกล่าวในปัจจุบันเป็นสภาวะที่น่าจะเป็นการเอื้อต่อการเปิดกิจการอู่ซ่อมรถ โดยมีปัจจัยสำคัญคือ การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมยานยนต์ทำให้มีแนวโน้มตลาดที่ดีในอนาคต อีกทั้งแนวโน้มการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์มีการปรับตัวไปในแนวทางที่ดีขึ้น และมีทางเลือกด้านแหล่งเงินทุนอื่นๆเพิ่มขึ้น ประกอบกับการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของภาครัฐและเอกชน น่าจะเป็นข้อได้เปรียบในการจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อการก่อตั้งอู่ซ่อมรถ แต่ในขณะเดียวกันจะอาจจะต้องทำการพิจารณาถึงแนวโน้มในอนาคตที่จะทำการเปิดธุรกิจซ่อมบำรุงรถยนต์ในอนาคต เนื่องจากจะมีการแข่งขันในธุรกิจนี้กันเป็นอย่างมาก

ปัจจัยที่จะทำให้ผู้ใช้บริการเลือกใช้ทั้งศูนย์บริการและอู่ซ่อมรถยนต์ทั่วไป คือ ความมั่นใจในคุณภาพและบริการ ซึ่งยังพบว่าความพึงพอใจของผู้ใช้พึงพอใจในอู่ซ่อมรถน้อยกว่าศูนย์บริการอยู่เกือบเท่าตัว ซึ่งผู้ใช้บริการมีความคาดหวังที่จะนำรถเข้าไปใช้บริการ และผลการซ่อมออกมาน่าพอใจโดยต้องการที่จะให้อู่ปรับปรุงในด้านคุณภาพของงานซ่อม ซึงต้องการให้ทางภาครัฐบาลเข้ามาช่วยกำกับดูแลในด้านมาตรฐานการซ่อมและมาตรฐานของราคา การสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจซ่อมบำรุงรถยนต์โดยจะมีมุมมองทางด้านการพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นการพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า มุมมองในด้านกระบวนการ ซึ่งเป็นกระบวนการในการปรับการทำงาน หรือกระบวนการส่งเสริมเพื่อให้สนองตอบต่อลูกค้า และมุมมองด้านลูกค้า

อู่ซ่อมรถยนต์จำเป็นจะต้องมีการสร้างมาตรฐานเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า จึงได้ทำการสร้างเกณฑ์มาตรฐานในการตรวจสอบธุรกิจซ่อมบำรุงรถยนต์ สำหรับใช้ในการตรวจสอบความพร้อมของอู่ซ่อมบำรุงรถยนต์ในการบริการ และสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับลูกค้าในด้านความสบายใจ และความพึงพอใจ และกับอู่ซ่อมบำรุงรถยนต์ที่มั่นใจได้ว่าจะมีลูกค้ากลับมาใช้บริการที่อู่อีกเนื่องจากมีการบริการอย่างประทับใจ